มีฟอนท์ไทยแปลกๆ ให้ใช้ฟรีด้วยครับ ใครที่ไม่อย่างจะเหมือนใครก็ลองดูน่ะจ่ะ
http://www.f0nt.com/
ส่วนตัวหน่อยกับการซ่อมที่หลากหลายมากมาย
“MacBook Touch” พร้อมเปิดตัวต่อสายตาชาวโลก ตุลาคม 2008
คงจะไม่ใช่คำกล่าวที่เวอร์เกินจริงจนเกินไปครับกับคำว่า “ลืมไปได้เลย Tablet Notebook” เพราะเมื่อท่านจะได้ทราบข้อมูลเกี่ยวเจ้า “MacBook Touch” ต่อไปนี้ พร้อมแนวคิดและการออกแบบอันสุดจะไฮโซตามแบบฉบับที่ Apple ที่ได้ทำสินค้าไอทีเด่นๆ ออกมาสู่สายตาชาวโลกตลอดมานับต่อนับแล้วตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊ก (MacBook Air), เครื่องเล่น MP3 (iPod) จนมาถึงเจ้า iPhone ที่เป็นข่าวอยู่ทุกวี่ทุกวัน
เหนือกว่า Tablet ทั่วไปด้วยระบบ Multi-Touch
และล่าสุด Apple ก็ได้เผยตัวสินค้าใหม่ในนาม “MacBook Touch” ซึ่ง เป็น Tablet ที่ต่างจาก Tablet ทั่วไปที่เ้ราได้เห็นๆ กันมา (เช่น บิดจอไปมาได้ ขีดๆ เขียนๆ ได้เหมือนกระดานชนวน อะไรประมาณนั้น) เนื่องจาก MacBook Touch นั้นได้เอาความสามารถของระบบ Multi-Touch เข้ามาร่วมกับการใช้งาน (ดังที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมาแล้วจาก iPhone) จึงทำให้ MacBook Touch สามารถที่จะควบคุมการทำงานต่างๆ บนหน้าจอได้พร้อมๆ กันหลายอย่าง เช่น หากท่านติดตั้งซอฟแวร์เพื่อให้มันเป็นเปียโน ท่านก็สามารถที่จะกดคีย์ต่างๆ ได้หลายคีย์พร้อมๆ กันเหมือนเปียโนเลย เป็นต้น
ด้านข้างทั้ง 2 ด้าน จะเห็นว่าพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ซ่อนได้้เนี๊ยบมากไม่เกะกะรุงรังเหมือน NoteBook หรือ Tablet ในปัจจุบันเล ย
“MacBook Touch” พร้อมเปิดตัวต่อสายตาชาวโลกจริงในเดือน ตุลาคม 2008 ที่จะถึงนี้ ซึ่งนับว่าในช่วงปีนี้ Apple ทำเอาวงการไอทีต้องสั่นสะเทือนมาแล้วหลายครั้งนับตั้งแต่ต้นปีที่เปิดตัว MacBook Air มาจนถึงช่วงกลางปีที่เผยตัว iPhone 3G และก็นี่ล่าสุด “MacBook Touch” ที่ คาดกันว่าจะปฏิวัติรูปแบบการใช้งาน Tablet กันไปเลยก็ว่าได้ครับ.

โรคที่ตั้งชื่อตามตัวอักษรชุดแรกบนแป้นคีย์บอร์ดว่า Qwerty Tummy อาจระบาดในที่ทำงานได้ หากว่าแป้นคีย์บอร์ดมีแบคทีเรียซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคอาหารเป็นพิษและผู้ใช้ รับประทานอาหารไปพร้อมกับใช้งานคีย์บอร์ดเครื่องคอมพ์ด้วยการศึกษาครั้งนี้ แสดงว่าคีย์บอร์ดเป็นแหล่งเพาะแบคทีเรียที่น่ากลัว ด้วยคนทำงาน 1 ใน 10 ไม่เคยทำความสะอาดคีย์บอร์ด และ 20% ไม่เคยทำความสะอาดเมาส์ ขณะที่ 50% ไม่เคยทำความสะอาดคีย์บอร์ดภายในเวลาหนึ่งเดือน นอกจากนี้ด้วยรูปแบบการทำงานสมัยใหม่ ที่พนักงานต้องย้ายโต๊ะทำงานไปเรื่อยๆทำให้พวกเขาไม่มีทางรู้ว่า ใครใช้คีย์บอร์ดที่กำลังใช้อยู่และใช้งานอย่างไรบ้าง
ทางแก้ไขคือ ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ควรทำความสะอาด คีย์บอร์ดเป็นประจำเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย วิธีการคือทำความสะอาดด้วยผ้าเนื้อนุ่มชุบน้ำหมาดๆ ที่สำคัญคืออย่าลืมถอดปลั๊กคอมพิวเตอร์ก่อน
โรคอื่นๆ อีกมากมาย
คอมพิวเตอร์จะไม่เป็นอันตรายหากว่าคุณไม่ใช้มันจนติดเป็นนิสัย ซึ่งหมายความว่านั่งจมจ่อมอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เกือบจะตลอดวันและทุก วันคนที่ใช้คอมพิวเตอร์บ้างเป็นบางครั้งคราวย่อมไม่ได้เจ็บป่วยเพราะ คอมพิวเตอร์แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แต่ละคนก็จะได้รับผลกระทบจากเครื่องใช้ไฮเทคนี้มากหรือน้อยช้าหรือเร็ว ไม่เหมือนกัน หลายๆ อาการเจ็บป่วยจากคอมพิวเตอร์นั้นอาจจะเป็นสิ่งที่เรารู้กันดี แต่บางครั้งก็หลงลืม ว่าแล้ว...ลองมาทบทวนกันดูหน่อยดีไหม
ปวดตา :เพราะ การใช้คอมพิวเตอร์ทำให้ตาต้องจ้องจอสว่างๆจึงเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาเรื่อง สุขภาพสายตา จึงควรระวังแสงที่จะส่องตรงมาโดยเฉพาะแสงจากด้านหลังของจอคอมพิวเตอร์ ควรให้แสงเข้ามาด้านข้าง (ด้านขวาก็จะดี)ถ้าเป็นไปได้ให้ติดแผ่นป้องกันรังสี รวมทั้งปรับความสว่างของจอให้เหมาะสมกับดวงตาการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็น เวลานาน ไม่เพียงทำให้เกิดอาการปวดตาเท่านั้นแต่อาจเป็นสาเหตุของโรคต้อหินในอนาคต ด้วย โดยเฉพาะในหมู่ผู้ที่สายตาสั้น นอกจากนี้จอคอมพิวเตอร์ที่สั่นไหว หรือเป็นคลื่นนั้นควรจะยกไปซ่อมซะควรละสายตาจากจอบ้างเป็นครั้งเป็นคราว กะพริบตาเป็นระยะเพราะดวงตาของคุณต้องการความชุ่มชื้น
โรคเส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ :ปรับ ระดับความสูงของเก้าอี้หรือโต๊ะที่วางคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ข้อศอกอยู่ในมุม 90 - 100 องศา วางคีย์บอร์ดให้เหมาะเวลาใช้คีย์บอร์ดจะได้ไม่ต้องงอมือให้อยู่ในท่าที่ไม่ สะดวกสบายควรวางข้อมือบนโต๊ะหน้าคีย์บอร์ด ถ้าหากจำเป็นควรพิมพ์คีย์บอร์ดและใช้เมาส์อย่างเบามือ ถ้ามีเวลาก็ออกกำลังกายข้อมือและนิ้วบ้างหากสามารถทำงานด้วยวิธีการอื่นโดย ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ ก็ลุกขึ้นจากโต๊ะและทำซะ
ปวดคอและหลัง :สำรวจท่านั่งเวลาทำงานของตัวเองควรนั่งตัวตรง ห่างจากจอคอมพิวเตอร์ประมาณ 18 -
ยังไงก็ทำอะไรก็อย่ามาก อย่าน้อย กลาง ๆ ไว้จะดีกว่าน่ะครับ